18 กรกฎาคม 2554

สุดจะทนชีวิตแต่งงาน เลิก!

ก็คิดว่าแต่งงานจะเหมือนในละครไง Happy Ending วิ่งไปตามหาดทราย สาดน้ำใส่กัน หรือไม่ก็เดินป่า ฝนตก หกล้ม ต้องอุ้มไปอะไรงี้ มันไม่ใช่ไงพอเจอชีวิตจริงเข้าก็งงเป็นไก่ตาแตกแล้ว เฮ้ย อยากถามแม่งไม่มีใครบอกเลยเหรอว่าแต่งงานแล้วกูต้องทำงานบ้านแม่งทุกอย่าง เชี้ยแล้วไง

ซักผ้า ตากผ้า เก็บผ้า พับผ้า รีดผ้า นี่ก็กระบวนการยาวแล้วนะ  กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้าปูที่นอง ปูผ้าปูที่นอน ขัดห้องน้ำ ล้างจาน จ่ายกับข้าว ทำกับข้าว โอ๊ยสารพัด ทำไปแบบงงงงอยู่ 5-6 ปี พี่ยอห์นเค้าเป็นคนดีนะ เค้าทำกับข้าวอร่อยด้วย จ่ายข้าวบ้างบางครั้ง ทำขนมเค้กก็อร่อย ไม่เจ้าชู้ ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า รักลูก รักเมีย แต่แค่เขานั่งดูทีวีตอนเราต้องทำกับข้าว รีดผ้า หรือไม่ก็ล้างจานแค่นี้เอง ประเด็นหลักของชั้นนะ

เค้าเรียกความเห็นแก่ตัวของเราเองแหละมั๊ง  ที่เรามานั่งคำนวณว่าเราต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับอะไรๆซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้เหรอ ไม่เอาอ่ะ  เลยเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าทิ้งสามีและลูกสาวน่ารักๆไปเลย ไม่บอกว่าไปไหนด้วย .... 

ก็คงไม่มีอะไรจะให้เป็นความลับในเมื่อทำ blog จริงจังซะขนาดนี้ ก็ไปยโสธร ไปอยู่กับเพื่อนของพ่อก็ไปพักอยู่ที่นั่น ในห้องที่พักเนี่ยก็เป็นห้องที่ไว้สำหรับแขกไปใครมาก็มาพัก  เราเข้าไปก็อึนๆอ่ะนะอารมณ์ทิ้งลูกทิ้งผัวมาแบบเห็นแก่ตัวว่างั้นเถอะ 

มาสัก 4-5 วันได้แล้วก็คิดได้ คิดได้ว่ามาทำไมวะอยากกลับแม่งไม่ง้อหน่อยเหรอ..  โทรไปหา เค้าก็ไม่ง้อ แถมยังบอกอยากไปก็ไป เอ๊าท์ งานเข้าแล้วกู คิดนะ แค่คิด  นั่งๆนอนๆเหลือบไปเห็นไดอารี่ของใครไม่รู้วางบนโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดๆอ่านดูเจอที่ขั้นหนังสือเขียนไว้ว่า

"ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด  ความรักเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง" 

ก็คิดว่าเป็นที่ขั้นหนังสือที่มีข้อความเยอะมากนะ แต่ที่สำคัญข้อความนี้มันโดนอย่างแรงอ่ะ  จริงๆมันเป็นข้อความที่มาจากไบเบิ้ลนะ เราก็โมโหซะงั้นเหมือนมีใครมาว่าเราทำนองนั้น ถือไดอารี่ลงไปถามคุณอาว่า "อันนี้ของใครคะ"  คุณอางงเล็กน้อยถึงปานกลางเปิดๆดูก็บอกว่า "อ๋อ ของ....(จำไม่ได้) เค้าลืมไว้มั๊ง" จบข่าว

เชื่อไม๊ว่าข้อความนี้ทำให้เราเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ากลับบ้านทั้งที่เค้าไม่ได้จุดธูปเชิญสักกะดอก เราท่องไว้ตลอดด้วยนะ อ่านไปอ่านมาคิดใคร่ครวญถึงความหมายของมันแล้วมันก็เกิดอะไรบางอย่างขึ้นในความรู้สึกของเราแบบแปลกๆน่ะ คือ ความหยิ่งหายไปไหน ศักดิ์ศรีหายไปไหน กลับมาทำไมเค้าได้ง้อเลยสักกะนิด

แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่อยากจะพูดมากตอนนี้คือ "ขอบคุณพระเจ้า" ที่คนนั้นลืมไดอารี่เล่มนั้นไว้ และ"ขอบคุณพระเจ้า" ที่ในไดอารี่เล่มนั้นมีข้อความนั้นอยู่มันทำให้เราคิดได้ว่า เราเห็นแก่ตัวไป และนั่นมันไม่ใช่ความรักเลยสักนิดเดียว  ก็อยากจะจบแบบไม่ซีเรียสว่า กลับมาไม่นานก็เสียตัวให้สามีเหมือนเดิม แรดมะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น