18 กรกฎาคม 2554

ลูกชายกลายเป็นลูกสาว

พอเราท้องก็ไม่ได้แพ้อะไรมากนะ กินทุกอย่างที่เค้าห้ามกินเช่นผงชูรส ปาร้า ของดิบ กินหมดอย่าลืมดิฉันเกิดที่ไหน โตที่ไหนดูประวัติกันด้วย ตอนนั้นหนังเรื่องเหิรฟ้าดังมาก  ศรรามกับสุวนันท์  คิดในใจลูกออกมาเป็นผู้ชายจะให้ชื่อเหิรฟ้า  ผู้หญิงให้ชื่อสวย  แถมตอนดูนี่ก็นั่งอธิษฐานไปด้วยเลยบอก "พระเจ้าคะขอลูกสวยๆเหมือนสุวนันท์เลยนะ หล่อๆเหมือนศรรามเลยนะ" เฮ้ย อธิษฐานนี่จริงจังนะ ไม่ใช่พูดเล่นๆ

วันนึงไปโบสถ์ก็เจอพี่สาวของพี่ยอห์น เค้าเล่าให้ฟังว่าเค้าคลอดลูกเค้าลำบากมากแค่ไหน ทรมานขนาดไหน จนเค้าไม่เอาอีกเลย เราฟังแล้วคิดในใจ "โห ถ้าได้ยินก่อนหน้านี่รับรองจะไม่ให้มีลูกเด็ดขาดกลัวไง  แบบตอนนี้ มันเอาออกไม่ทันแล้วอ่ะ"

ตอนท้องก็ไปฝากท้องที่โรงพยาบาลพระมงกุฏไกลมาก รถติด ตอนนั้นอยู่แฟลตทหารแถวแจ้งวัฒนะ เลยย้ายออกนอกเมืองไปฝากท้องที่โรงพยาบาลปทุมธานี พอดีรู้จักหมอทำคลอดคนหนึ่งเค้าเป็นสมาชิกที่โบสถ์คริสต์ที่ไปประจำก็เจอกันเรื่อยๆ  วันนึงดูข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ เด็กคลอดออกมารกพันคอตายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่าโรงฆ่าสัตว์  อ่านดูรายละเอียด ชิหายละกู โรงพยาบาลปทุมธานีนี่เอง  "ทำไมถึงต้องเป็นเรา"

ทำไงละทีนี้ ไม่ได้ไม่ดีเอะอะอะไรก็อธิษฐานอย่างเดียวได้ผลมาเยอะแล้วพระเจ้าองค์นี้เที่ยงแท้แน่นอนอีกอย่างเค้าสร้างเรามาเค้าต้องรักเรา คิดอย่างนี้ได้ก็พนมมือ หลับตา "พระเจ้าคะยังไงยังไงก็ขอให้พระเจ้าช่วยหนูให้คลอดง่ายๆแล้วก็ปลอดภัยดัวยนะคะ ซ๊าธุ"

ฝากไปฝากมาอัลตร้าซาวด์ดูเค้าบอกเด็กมันหนีบขามองไม่เห็นเพศอะไรทำนองนี้แหละ  ไอ้เราก็ท้องแก่นะ เริ่มซื้อของเตรียมแล้ว เราก็มานั่งคำนวณว่าลูกเราน่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายดี  จากการสำรวจของผู้คนที่พบเห็นเรา แล้วมีประสบการณ์เช่นพยาบาล  คนแก่  ทำนองนี้จะฟันธงว่าผู้ชายหมดทุกคน ไปเลยแมคโคร ทุกอย่างสีฟ้าสดใส

คืนวันอาทิตย์ประมาณ 3 ทุ่มจะนอนแล้วน้ำอะไรไม่รู้ไหลออกมาเป็นถังๆ พี่ยอห์นบอกนกฉี่รดที่นอนเหรอเนี่ย เราบอกไม่ใช่ ไม่ใช่ ก็เลยลองโทรถามหมอดูเค้าบอกน้ำเดินแล้วต้องรีบไปโรงพยาบาลเลยถ้าแห้งแล้วเดี๋ยวจะอันตรายกับเด็ก

เท่านั้นแหละ ลกเลยทีนี้ เก็บโน่น นี่ ยัดใส่กระเป๋าขึ้นรถขับอย่างด่วนอ่ะ แต่พี่ยอห์นเค้าตื่นเต้นมากเกือบตรงไปทั้งที่ต้องเลี้ยงซ้าย แต่เราไม่ปวดเลยนะ เฉยๆเลยอ่ะ ไม่มีอาการแต่อย่างใด ไปถึงโรงพยาบาลก็เดินไปห้องคลอด ถามเจ้าหน้าที่ว่า มาคลอดต้องทำยังไง  เค้าชะโงกหน้ามาดูถามว่า "ใครจะคลอด"  เราก็บอกหนูเนี่ยล่ะค่ะ  เค้าก็ว่าใหญ่ "ทำไมไม่นั่งรถเข็นมา" "ก็หนูเดินได้นี่คะ" คนคลอดต้องนั่งรถเข็นมึงถึงจะให้คลอดหรือไงอีนี่...

ก็เข้าไปจัดการเปลี่ยนชุดนอนรอคิวไป คนโน้นคนนี้เค้าปวดกัน ร้องโหยหวนน่ากลัวมากอ่ะ โรงพยาบาลรัฐบาลนะอันนี้ห้ามสามีเข้ามา เค้าบอกให้กลับไปเลยพรุ่งนี้ค่อยมา เรานะใจหายแว๊บเลย เฮ้ย เรื่องแบบนี้คนเค้าต้องการกำลังใจทำไมโหดกันจัง  แต่ทำไงได้ก็เงียบนอนไป

สักประเดี๋ยวมันก็เริ่มเจ็บๆหน่วงๆเสร็จแล้วก็หายไป  เป็นอย่างนี้สลับกันอยู่สักพัก จำไม่ได้ว่านานเท่าไร แต่ก็คิดถึงพระเจ้าตลอดอ่ะตอนนั้น นางพยาบาลเอานิ้วมาตรวจช่องคลอดบอกว่า "ปากมดลูกเปิดเยอะแล้วนี่ ไม่เห็นร้องเลย" เสร็จหันไปพูดเสียงดังประกาศให้ทุกคนในห้องว่า "นี่ ดูแม่คนนี้เป็นตัวอย่าง เค้าไม่เห็นจะโวยวายเสียงดังเหมือนพวกหล่อนเลย" กูจะปลื้มดีไม๊ หรือกูจะอายดีวะ นึกในใจแหม แหม แหม คุณพยาบาลนี่ก็ดาย (ภาษาเหนือ)

"เดี๋ยวถ้าผ่อนปวดแล้วเดินไปขึ้นเตียงคลอดเลยนะ" แล้วพยาบาลก็ชี้ไป โอโห แม่เจ้า แม่งไกลเอาการนะมึงประมาณ 3 ช่วงรถได้อ่ะ  นึกในใจกูจะเดินไปถึงป่าววะเนี่ย แม่งไม่เข็นกูไปล่ะทีเงี้ย ได้ยินเสียงเด็กร้อง "ผู้ชาย"  "ผู้ชาย" ก่อนหน้าเรา 2 คนเป็นผู้ชายหมด เรานึกแระ กูก็ต้องผู้ชายแหงมๆ วันนี้แม่งเป็นตารางผู้ชายมาเกิดชัวร์

ตัดสินใจลงจากเตียงเดินไปขึ้นเตียงคลอด โห ไม่น่าเชื่อว่าหมอคนที่เราฝากท้องไว้ด้วยเค้าอยู่เวรวันนี้พอดีอ่ะ  เป็นหมอที่ไปโบสถ์เจอกันทุกวันอาทิตย์  คือมันรู้สึกอุ่นใจเวลามีใครที่เรารู้จักอยู่ใกล้ๆในเวลาแบบนี้นะ หมอบอกให้เบ่งให้เบ่ง เราก็เบ่งเต็มที่แต่มันไม่ออกอ่ะดิ ถามหมอว่า "เบ่งยังไงคะหมอ"  หมอก็บอกเหมือนเบ่งถ่ายนี่แหละ เบ่งแรงๆเลย เราก็เอ้า แรงก็แรง ก็ไม่เห็นมันออก กรรมตามสนองกูป่าววะเนี่ยคิดในใจตอนแม่กูคลอดกูก็ไม่อยากจะออก  นึกขึ้นมาได้ ก็ไหนว่าพระเยซูช่วยรับกรรมแทนไปแล้วนี่นา เราไม่มีเคราะห์กรรมเวรกรรมแล้วนะ เราต้องเชื่อดิ บอกหมอไป "หมอทำไงดีอ่ะหนูเบ่งไม่ออกอ่ะ"  หมอบอกไม่เป็นไร  เสร็จเค้าหันไปหยิบเข็มฉีดยามาฉีดแถวแขนเนี่ยแหละ  แป๊ปเดียวเองนะมันรู้สึกแบบผ่อนคลาย สบายๆ เหมือนจะเคลิ้มๆ เรานึกว่าเป็นยาสลบหรือยานอนหลับทำนองนี้อ่ะ  แต่สักพักหมอบอก "เอ้าเบ่งอีกทีนะ เดี๋ยวนับ  1 2 3 แล้วค่อยเบ่งนะ พยาบาลมา 2 คน ช่วยเชียร์

คราวนี้แรงมันมาจากไหนไม่รู้ เบ่งป๊าบมันพลุบ พลุบ พลุบ รู้สึกมีอะไรลื่นๆหลุดออกมาง่ายๆเลยอ่ะ เสร็จหมออุ้มมาเลย "ผู้หญิง" ค่ะ  เอ๊า นึกว่าผู้ชาย คิดในใจนะ  เสร็จหมอก็เย็บแผลไม่รู้สึกอะไรเลย ณ ตอนนั้น ไม่เจ็บ ไม่ปวด  ก็เป็นอันเรียบร้อย นอนพักไม่ได้พักนะ นอนคิดชื่อลูก เพราะที่ตั้งไว้เป็นชื่อผู้ชายหมดเลย

จำได้ว่าตอนที่เรียนภาษาอังกฤษ ที่มหาลัย ดูวีดีโอแล้วนางเอกในเรื่องชื่อนาน่า  ตอนที่ดูก็คิดไว้แล้วว่าอยากให้ลูกชื่อนี้จัง ก็เลยลองเอามาใช้กับภาษาไทยดูบ้างว่านานา จะคล้องกับอะไรดี

แต่งงานกับคนคริสต์ก็ดีไปหลายอย่างนะ เค้าไม่ถือเรื่องตั้งชื่อ เรื่องวัน เรื่องเวลา อะไรพวกนี้เค้าว่าดีหมด ใครถืออะไรก็ว่าดีหมด ไม่ถือก็ว่าดีหมด เราเลยเอาด้วย สรุปว่าเป็นนานาพร หนัก 3 กก

เป็นอันว่าคลอดง่าย อยู่โรงพยาบาล 1 วัน 1 คืนกลับบ้านได้ด้วยเงินค่าคลอดทั้งหมด 800 บาท ของเค้าดีจริงรัยจริง...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น